ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ่น
27 กุมภาพันธ์ 2566
8692
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น
(ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement: AJCEP)
การจัดทำความตกลง AJCEP มีการลงนามเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2551 เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 สำหรับไทย เริ่มมีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552
ความตกลง AJCEP มีการปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules : PSRs) จาก HS 2002 เป็น HS2017 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566
การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าในการส่งสินค้าไปยังประเทศสมาชิกภายใต้ความตกลง AJCEP จะต้องปฏิบัติตามข้อบทความตกลง ระเบียบ ข้อกำหนด ดังนี้
ขั้นตอนการขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ AJCEP
|
1. ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสินค้า
ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
กรณี สิงคโปร์ สินค้าทุกรายการเป็นรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ
|
|
2. ตรวจสอบเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้า
|
|
2.1.1 ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained
|
2.1.2 ไม่ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained
|
|
2.2 เป็นรายการสินค้าที่มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าระบุไว้เป็นการเฉพาะใน
ตารางกฎเฉพาะรายสินค้า (PSRs) หรือไม่
|
|
2.2.1 มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs
|
2.2.2 ไม่มีการเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs
|
|
2.3.1 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ระบุไว้ใน PSRs
|
2.3.2 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป คือ RVC 40%* หรือ CTH**
|
|
3. ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด
|
|
3.1 กรณีสินค้า พิกัดศุลกากรตอนที่ ๐๑ ถึงตอนที่ ๒๔ กรอกข้อมูลในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด ตามที่กำหนดท้ายประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
|
3.2 กรณีสินค้าพิกัดศุลกากรตอนที่ ๒๕ ถึงตอนที่ ๙๗ ให้ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดในระบบตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด (Rules of Origin Verification System: ROVERs) ของกรมการค้าต่างประเทศ (https://bit.ly/2JcNrin)
|
|
4. ยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AJ) ในระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (https://edi.dft.go.th/)
|
|
5. รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ณ กรมการค้าต่างประเทศ หรือ หน่วยงานที่เลือก
|
|
6. จัดส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ให้ผู้นำเข้า ณ ประเทศปลายทาง
เพื่อยื่นขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
|
|
|
|
|
*RVC 40%: Regional Value Content คือ เกณฑ์มูลค่าสัดส่วนวัตถุดิบในภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า FOB คำนวณโดยการใช้สูตร ดังนี้

โดยที่ VNM: Value of non-originating materials คือ มูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า
**CTH: Change in Tariff Heading คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5098
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น
(ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement: AJCEP)
การจัดทำความตกลง AJCEP มีการลงนามเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2551 เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 สำหรับไทย เริ่มมีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552
ความตกลง AJCEP มีการปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules : PSRs) จาก HS 2002 เป็น HS2017 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566
การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าในการส่งสินค้าไปยังประเทศสมาชิกภายใต้ความตกลง AJCEP จะต้องปฏิบัติตามข้อบทความตกลง ระเบียบ ข้อกำหนด ดังนี้
ขั้นตอนการขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ AJCEP
|
1. ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสินค้า
ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
กรณี สิงคโปร์ สินค้าทุกรายการเป็นรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ
|
|
2. ตรวจสอบเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้า
|
|
2.1.1 ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained
|
2.1.2 ไม่ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained
|
|
2.2 เป็นรายการสินค้าที่มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าระบุไว้เป็นการเฉพาะใน
ตารางกฎเฉพาะรายสินค้า (PSRs) หรือไม่
|
|
2.2.1 มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs
|
2.2.2 ไม่มีการเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs
|
|
2.3.1 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ระบุไว้ใน PSRs
|
2.3.2 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป คือ RVC 40%* หรือ CTH**
|
|
3. ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด
|
|
3.1 กรณีสินค้า พิกัดศุลกากรตอนที่ ๐๑ ถึงตอนที่ ๒๔ กรอกข้อมูลในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด ตามที่กำหนดท้ายประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
|
3.2 กรณีสินค้าพิกัดศุลกากรตอนที่ ๒๕ ถึงตอนที่ ๙๗ ให้ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดในระบบตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด (Rules of Origin Verification System: ROVERs) ของกรมการค้าต่างประเทศ (https://bit.ly/2JcNrin)
|
|
4. ยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AJ) ในระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (https://edi.dft.go.th/)
|
|
5. รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ณ กรมการค้าต่างประเทศ หรือ หน่วยงานที่เลือก
|
|
6. จัดส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ให้ผู้นำเข้า ณ ประเทศปลายทาง
เพื่อยื่นขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
|
|
|
|
|
*RVC 40%: Regional Value Content คือ เกณฑ์มูลค่าสัดส่วนวัตถุดิบในภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า FOB คำนวณโดยการใช้สูตร ดังนี้

โดยที่ VNM: Value of non-originating materials คือ มูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า
**CTH: Change in Tariff Heading คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5098
TAGS