เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

อินโดนีเซียประกาศใช้กฎระเบียบการจดทะเบียน ใบรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศ ฉบับที่ 90 ปี 2023 | 260 

หน่วยงานรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของอินโดนีเซีย (The Halal Product Assurance Organizing Agency (BPJPH) ประกาศใช้กฎระเบียบฉบับที่ 90 ปี 2023 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนใบรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศเพื่อให้การบริการมีคุณภาพสะดวกรวดเร็วขึ้น โดยกำหนดให้ผู้นำเข้า/ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตในอินโดนีเซียต้องจดทะเบียนใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศให้เสร็จก่อนนำเข้าและจำหน่ายในอินโดนีเซีย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียตั้งเป้าเพื่อเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ฮาลาลระดับโลกภายในปี 2567 จึงเร่งดําเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมฮาลาล เร่งรัดการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลภายในประเทศ และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการจดทะเบียนใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศ โดยเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 ได้ออกกฎระเบียบอนุญาตให้ผู้นำเข้า/ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตในอินโดนีเซียสามารถจดทะเบียนใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศผ่านโปรแกรมการรับรองฮาลาล (SIHALAL) ได้โดยไม่ต้องยื่นขอใบรับรองฮาลาลจากอินโดนีเซีย หากใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศนั้นออกโดยหน่วยงานฮาลาลในต่างประเทศที่ได้ทำข้อตกลงการยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement : MRA) กับ BPJPH แล้ว ซึ่งขั้นตอนการจดทะเบียนใบรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศดังกล่าว มี 4 ขั้นตอน คือ (1) การยื่นคําขอขึ้นทะเบียนผ่านโปรแกรมการรับรองฮาลาล (SIHALAL) (2) การตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของเอกสาร (3) การชําระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการรับรองฮาลาลจากต่างประเทศ และ (4) การออกหมายเลขทะเบียนใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้การยื่นขอรับการจดทะเบียนใบรับรองฯ คล่องตัว และรวดเร็วมากขึ้น


สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานรับรองฮาลาลตามมาตรฐานของอินโดนีเซียแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ตามข้อตกลงการยอมรับร่วมกัน (Mutual recognition arrangement: MRA) ระหว่าง สกอท. ประเทศไทย ร่วมกันกับ BPJPH อินโดนีเซีย เกี่ยวกับการยอมรับร่วมกันในใบรับรองฮาลาลจากต่างประเทศ (ฮาลาลตามมาตรฐานของอินโดนีเซีย) ผู้ประกอบการไทยสามารถขอรับรองฮาลาลตามมาตรฐานอินโดนีเซีย ดังนี้ (1) ยื่นเอกสารขอรับรองฮาลาลตามมาตรฐานอินโดนีเซีย (2) เจ้าหน้าที่รับเรื่องและชำระค่าธรรมเนียม (3) ต้องมีผู้ควบคุมฮาลาล (Halal Supervisor) ประจำสถานประกอบการ และเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมฮาลาลจากหน่วยงาน BPJPH ประเทศอินโดนีเซีย (4) นัดตรวจสถานที่ประกอบกิจการ และ (5) แจ้งผลการขอใบรับรองฮาลาลตามมาตรฐานของอินโดนีเซียปัจจุบัน สกอท. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล ได้ออกเครื่องหมายรับรองฮาลาลให้แก่ผู้ประกอบการในไทยแล้ว จำนวน 6,402 ราย และให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฮาลาล จำนวน 173,812 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำนวน 8,573 รายการ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ 6,778 รายการ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 1,368 รายการ โรงเชือด/เนื้อสด 368 รายการ และผลิตภัณฑ์สุขภาพความงาม 304 รายการ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถขอรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สกอท. ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ หนองจอก กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-096-9499 และ เว็บไซต์ www.halal.or.th

ในปี 2566 อินโดนีเซียเป็นคู่ค้าในอาเซียนที่มีมูลค่าการค้ากับไทยเป็นลำดับที่ 4 รองจากมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ตามลำดับ ไทยมีมูลค่าการค้ากับอินโดนีเซีย 637,260 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาคการส่งออกมูลค่า 346,069 ล้านบาท และภาคการนำเข้ามูลค่า 291,191 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังอินโดนีเซีย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เม็ดพลาสติก ข้าว เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ อินโดนีเซียยังเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกตลาดที่มีความสำคัญและมีศักยภาพ และมีความต้องการผลิตภัณฑ์ฮาลาล สูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลของไทยในตลาดอินโดนีเซียมีไม่มากนัก โดยผลิตภัณฑ์ไทยที่ได้รับตรารับรองฮาลาล ของอินโดนีเซีย ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว สาหร่ายอบกรอบ เมล็ดทานตะวันอบ เครื่องดื่มชา เครื่องปรุงรส ตลอดจนเครื่องสำอาง สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ฮาลาลและผู้ประกอบการอาหารในไทยจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่จะขยายการส่งออกไปยังตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลของอินโดนีเซีย เนื่องจากชาวอินโดนีเซียมีความนิยมและเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมฮาลาลให้เป็นอุตสาหกรรมอาหารเศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลในภูมิภาค (Halal Hub) ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลก

นายรณรงค์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน อินโดนีเซียยังคงกำหนดให้สินค้าฮาลาลที่จำหน่ายในประเทศต้องมีเครื่องหมายฮาลาลของอินโดนีเซียเท่านั้น โดยกฎระเบียบดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2567 กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้พระราชบัญญัติการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล (INDONESIA LAW No. 33/2014 on Halal Product Assurance) ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ซึ่งไทยสามารถรับรองฮาลาลตามมาตรฐานของอินโดนีเซียได้แล้ว โดยสินค้าฮาลาลไทยที่ผ่านการยอมรับและได้รับการรับรองฮาลาลตามมาตรฐานอินโดนีเซียแล้ว สามารถติดเครื่องหมายฮาลาลของไทยควบคู่กับเครื่องหมายฮาลาลของอินโดนีเซีย เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายในอินโดนีเซียได้ ทั้งนี้ ผู้ส่งออก หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบฉบับที่ 90 ปี 2023 และขั้นตอนในการจดทะเบียนใบรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศตาม QR Code ดังแนบท้ายนี้



 


 


 


เอกสารแนบ